ภาพบ้านแม่เฒ่าซอยเดอที่ถูกปิดร้าง
ภาพบ้านแม่เฒ่าซอยเดอที่ถูกปิดร้าง

บ้านของแม่เฒ่าซอยเดอถูกปล่อยทิ้งร้างมาตั้งแต่เจ้าของบ้านเสียชีวิต โดยลูกหลานพากันอพยพไปอยู่ที่อื่นกันหมด ขณะที่ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ประสบชะตากรรมเดียวกันคือถูกจับกุมในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง ยังคงมีสีหน้า “อมทุกข์” กันอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ผมและเพื่อนๆ สื่อมวลชนจำนวนหนึ่งมีโอกาสลงพื้นที่ฟังเสียงชาวบ้านทุ่งป่าคา ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งชาวบ้านจำนวน 39 คนถูกจับกุมและดำเนินคดีในชั้นศาลในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง

ชาวบ้านหลายคนที่ถูกดำเนินคดีได้มารวมตัวกันที่โบสถ์และร่วมบอกเล่าปัญหาและสภาพการณ์ต่างๆ ให้รับทราบ

หลังจากที่ศาลจังหวัดแม่สะเรียงวินิจฉัยให้ชาวบ้าน 13 คนรอลงอาญา ที่เหลือถูกตัดสินทั้งปรับและจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี โดยในจำนวนนี้มี 19 คนที่ยังคงอยู่ในเรือนจำ เพราะยังไม่ได้อุทธรณ์และมีประกันตัว ซึ่งรวมถึงผู้เฒ่า 3 รายที่มีอายุมากสุด 70 ปี

“ลำบากกันมากครับ เพราะส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าครอบครัว ลูกเมียที่อยู่ทางบ้านต่างเดือดร้อน คนเป็นแม่ต้องไปรับจ้างรายวัน มีงานบ้าง ไม่มีบ้าง ตอนนี้มีเด็กๆ ต้องออกเรียนกลางคันอย่างน้อย 3 คน เราอยากให้รัฐบาลหาทางช่วยเหลือทางบ้านของคนทั้ง 19 คนนี้บ้าง ผมเองก็พยายามประสานไปยัง พม.” นายศรแก้ว ประจักษ์เมธี นายก อบต.แม่ลาหลวง อธิบายสถานการณ์ล่าสุด

นายเมธีกล่าวว่า วิถีชาวบ้านแถบนี้คือสะสมไม้คนละไม่กี่ท่อนเพื่อเก็บไว้รอการสร้างบ้าน เพราะไม่มีเงินซื้ออิฐซื้อปูนที่จะสร้างบ้านแบบนั้น ดังนั้น จึงต้องค่อยๆ เก็บเงิน บางส่วนปลูกข้าวโพดและปลูกพืช พอเก็บเกี่ยวได้ก็เก็บหอมรอมริบเอาไว้ โดยไม่มีใครเกี่ยวข้องกับขบวนการตัดไม้เลย และทุกคนไม่ได้มีไม้ไว้ขาย

“ถามว่าชาวบ้านผิดมั้ย เราก็ยอมรับว่าผิด แต่ถ้าจะไล่จับกันในลักษณะนี้ คนในแม่ฮ่องสอนต่างก็ผิดกันมากมาย เพราะหมู่บ้านส่วนใหญ่ต่างมีวิถีกันเยี่ยงนี้” นายเมธีกล่าว

“เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็อยากให้รัฐบาลหาทางเยียวยาชาวบ้านที่ถูกจับบ้าง เช่น หาวิธีผ่อนหนักให้เป็นเบา ชาวบ้านยอมถูกปรับเพื่อที่จะได้ออกมาทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว”

นักข่าวร่วมกันเก็บข้อมูลจากชาวบ้าน
นักข่าวร่วมกันเก็บข้อมูลจากชาวบ้าน

ผมถามชาวบ้านพร้อมๆ กันว่า ทุกคนต่างการันตีกันเองได้หรือไม่ว่า ผู้ที่ถูกดำเนินดคีครั้งนี้ทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าไม้ พวกเขาบอกว่า “ยืนยัน”

นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้เล่าถึงการอนุรักษ์ป่าไม้โดยมีป่าชุมชนอยู่กว่า 1 พันไร่ ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา โดยมีกฎกติกาของชุมชนเช่นเดียวกับป่าชุมชนทั่วไป

“หลังจากที่ทหารพรานลงมาหมู่บ้านในวันนั้น (4 พฤษภาคม 2557) และจับกุมชาวบ้านโดยส่งทหารเฝ้าทุกบ้าน อีกไม่กี่วันเขาก็ไปที่หมู่บ้านห้วยไก่ป่าซึ่งอยู่ใกล้ๆ แต่ที่นั่นเป็นกองกำลังผสม และได้มีการเจรจาให้ชาวบ้านเอาไม้ผิดกฎหมายมากองไว้ข้างถนน ซึ่งได้ไม้ของกลาง 400 กว่าท่อน ทำให้ชาวบ้านที่นั่นไม่ถูกจับ ไม่เหมือนกับหมู่บ้านเราที่เขาเข้ามาโดยไม่มีใครรู้ตัว” ชาวบ้านเล่าถึงมาตรฐานที่แตกต่าง

วันนี้ชาวบ้านทุ่งป่าคามีคำถามในใจมากมาย ขณะที่ขบวนการลักลอบตัดไม้สามารถขนไม้โดยใช้รถบรรทุกผ่านด่านต่างๆ ในป่าแถบนี้ได้อย่างฉลุย ซึ่งไม่มีใครพูดถึง เช่นเดียวกับไม้ในป่าสาละวินนับร้อยนับพันต้นที่ต้องตายฟรี เพราะอิทธิพลใหญ่ของขบวนการครอบคลุมไปถึง “คนมีสี” ระดับสูง ทำให้ไม่มีการจับกุมหรือลงโทษตัวการใดๆ เลย

ความตายของแม่เฒ่าซอยเดอ การต้องออกเรียนกลางคันของเด็กๆ 3 คน ความทุกข์-ความเครียดแสนสาหัสของชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านทุ่งป่าคายามนี้ จะให้พวกเขาไปทวงถามความเป็นธรรมจากใครดี

—————————————

เรื่องโดย ภาสกร จำลองราช
ภาพโดย ปิยศักดิ์ อู่ทรัพย์

—————————————

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.