ubon

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 นางจำปี มรดก อายุ 52 ปี ชาวบ้านชุมชนเกตุแก้วบ้านมั่นคง เทศบาลเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยถึงกรณีที่ชุมชนเกิดข้อพิพาทกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)อุบลราชธานี ภายหลังจากอบจ.อุบลราชธานีเข้ามารังวัดและปักป้ายในที่ดินสวนเกษตรจำนวน 2 ไร่ที่ชาวบ้านปลูกพืชผักอยู่ ว่าสาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากมีคำสั่งศาลที่ให้อบจ.จัดหาที่ดินแห่งใหม่ให้ชาวบ้าน 23 รายซึ่งอบจ.ฟ้องขับไล่ที่ ดังนั้นอบจ.จึงเลือกมาใช้ที่ดินแปลงเกษตรของชุมชนเกตุแก้ว

 

นางจำปีกล่าวว่าอบจ.ไม่ควรขับไล่ชาวบ้านเพื่อนำที่ดินไปให้เอกชนเช่า เพราะพวกเขาได้เข้าไปอาศัยบุกเบิกมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่สมัยเป็นที่ดินรกร้างไม่มีการใช้ประโยชน์ อีกทั้งการนำชาวบ้านเหล่านั้นย้ายเข้ามาอาศัยรวมในชุมชนเกตุแก้วบ้านมั่นคงนั้น อาจส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อยู่มาก่อนและอาจกลายเป็นปัญหาขัดแย้งตามมา

 

นางจำปี กล่าวว่า ที่ดิน 2 ไร่ ซึ่ง อบจ.จะผลักดันชาวบ้าน 23 ครอบครัวเข้ามาอยู่นั้น แม้จะไม่ได้อยู่ในสัญญาเช่าที่ชุมชนเกตุแก้วบ้านมั่นคงทำไว้กับ อบจ.จำนวน 7 ไร่ 1 งาน 45 ตารางวา แต่ปัจจุบันที่ดิน 2 ไร่ผืนนั้น ชุมชนได้พัฒนาเป็นสวนเกษตรปลอดสารพิษที่ชาวบ้านร่วมกันใช้ประโยชน์ เป็นส่วนช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เป็นแหล่งอาหาร อันเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านยากจนให้มีความมั่นคง โดยได้ผนวกที่ดินทั้งหมดประมาณ 9 ไร่ ยื่นเรื่องขอโฉนดชุมชนต่อรัฐบาลไปตั้งแต่ปี 2553

 

“ถ้า อบจ. ต้องการพัฒนาให้คนจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความมั่นคง ควรจัดสรรที่ดินรกร้างของ อบจ.ที่มีอยู่มากมายให้ชาวบ้านเช่าเป็นที่อยู่อาศัย และอาจพัฒนาต่อให้เกิดโฉนดชุมชน แทนที่จะนำที่ดินไปให้เอกชนเช่าทำธุรกิจที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม” นางจำปี กล่าว

 

นางจำปี กล่าวอีกว่า สำหรับสวนเกษตร 2 ไร่ ของชุมชนเกตุแก้วบ้านมั่นคงกำลังมีแนวโน้มว่าจะถูก อบจ.ยึดพื้นที่คืน เนื่องจากขณะนี้มีการเข้ามารังวัดและปักป้ายระบุว่าชาวบ้านได้บุกรุกที่ดิน และให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ภายใน 30 พฤศจิกายน ชาวบ้านจึงได้ไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อรัฐบาลเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และเข้าไปเจรจากับ อบจ. เพื่อให้ยุติการเข้ามาปรับปรุงพื้นที่เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้ข้อยุติในการทำโฉนดชุมขน

 

“อยากให้ชะลอการเข้ามาถมที่หรือปรับพื้นที่ในช่วงนี้ ซึ่งใกล้ช่วงเก็บผลผลิตออกไปก่อน เพราะอย่างไรหากขอออกโฉนดชุมชนไม่สำเร็จ ชาวบ้านต้องย้ายออกเมื่อหมดสัญญาเช่าอยู่แล้ว เราเป็นคนจนไม่มีทางเลือก เราจะขอเช่าเพิ่มเป็น 9 ไร่ อบจ.ก็ไม่ยอม และยังจะไล่ที่เอาชาวบ้านคนจนที่อื่นมาอยู่แออัดเพิ่มอีก” นางจำปี กล่าว

 

นางจำปี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ชาวบ้านชุมชนเกตุแก้วบ้านมั่นคงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมนั่งสมาธิในชุมชนอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการนั่งสมาธิทุกวันไปจนกว่าจนกว่าจะได้รับความชัดเจนที่น่าพอใจจาก อบจ. และเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการออกโฉนดชุมชน โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายน เตรียมที่จะเข้าไปยื่นหนังสือต่อนายก อบจ. เพื่อคัดค้านต่อการจัดการที่ดินชุมชนเกตุแก้วของ อบจ.ด้วย

 

 

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่อบจ.อุบลราชธานีฟ้องไล่ที่ชาวบ้าน 23 รายในชุมชนเกตุแก้ว(ล่าง)นั้น ขณะนี้อบจ.ได้นำที่ดินผืนดังกล่าวไปให้นายทุนเช่าเพื่อทำเป็นห้างสรรพสินค้า ขณะเดียวกันได้มีการขับไล่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในที่ดินอบจ.อีกหลายแห่ง เพื่อนำที่ดินไปใช้ในลักษณะเดียวกัน โดยอบจ.อ้างว่าเป็นโครงการพัฒนา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณือย่างหนัก ว่าทอดทิ้งคนจนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน

 

 

ทั้งนี้ชุมชนเกตุแก้วบ้านมั่นคงได้รับการจัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มชาวบ้านยากจนในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน โดยเข้าใช้ที่ดินป่ารกร้างของ อบจ.อุบลราชธานนี ซึ่งถือเป็นที่ดินของรัฐที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ตั้งชุมชนขึ้นมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548  แต่ต้องประสบปัญหาเริ่มถูกไล่รื้อหลายครั้ง และยังได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐ โดยเฉพาะการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำมูนและน้ำท่วม จึงได้ร่วมกันต่อสู้ด้วยการลุกขึ้นมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ตั้งกลุ่มออมทรัพย์ จัดสวัสดิการ และพัฒนาสภาพแวดล้อมของชุมชน จนสามารถเช่าที่ดินเป็นเวลา 15 ปี จาก อบจ.ได้สำเร็จ และได้ผลักดันปัญหาเข้าสู่กระบวนการแก้ปัญหาที่ดินตามแนวทางโครงการบ้านมั่นคง จนได้เป็นชุมชนนำร่องในโครงการจัดทำโฉนดชุมชนตั้งแต่ปี 2553 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่กระทั่งปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ชาวบ้านจึงได้เข้าร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) ร่วมผลักดันการแก้ปัญหาต่อทุกรัฐบาลมาโดยตลอด

 

 

 

 

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.