received_896846810358605

เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี ผู้ประสานงานมูลนิธิรักษ์ทะเลสตูลและ 1 ในคณะทำงานเครือขายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการคัดค้านโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล ซึ่งมีอธิบดีกรมเจ้าท่าเป็นประธาน แต่ยังไม่เคยดำเนินใดๆที่เป็นผลสำเร็จนั้น ทางเครือข่ายฯเห็นว่าถึงเวลาที่จะต้องยุบคณะทำงานดังกล่าวแล้ว โดยที่ผ่านมาตัวแทนชาวบ้านจังหวัดสตูลได้เดินทางไปยื่นหนังสือมาถึงผู้ที่เกี่ยวข้องมาแล้วหลายแห่งเพื่อให้ยุบคณะทำงานดังกล่าว แต่ยังไม่ไดรับการตอบรับใดๆ

นายวิโชคศักดิ์กล่าวว่า โครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารานั้น มีการเตรียมตั้งงบประมาณ 129 ล้านบาทในปี 2559 เพื่อการจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) ซึ่งทางเครือข่ายฯ ไม่เห็นด้วยกับแผนการดำเนินการของรัฐบาล เพราะแสดงถึงความไม่จริงใจ ทั้งนี้หากงบประมาณดังกล่าวผ่านการพิจารณาของสภาฯ ในเดือนตุลาคมปีนี้ แน่นอนว่าต้องมีคนมาคัดค้านอีก กรณีท่าเรือน้ำลึกจึงไม่ใช่แค่การเดินหน้าคัดค้านโครงการ โดยที่ไม่มีการคิดแผนพัฒนาแบบอื่นมาเปรียบเทียบ

“การทำอีเอชไอเอ มันก็แปลว่าการทำรายงานเพื่อปูทางไปให้เกิดโครงการ ประเทศไทยก็เรียนรู้มาหลายกรณีแล้ว และเราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ แบบนั้น ดังนั้นเพื่อเป็นการตัดข้อกังวลเรื่องดังกล่าว เราคนท้องถิ่นคิดว่า ควรที่จะมีการคิดแผนในการสู้รบกับโครงการใหญ่ในรูปแบบอื่น โดยเน้นที่การส่งเสริมการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจชุมชน ทั้งการท่องเที่ยว ประมงพื้นบ้าน และเพิ่มศักยภาพในการร่วมมือในภาคท้องถิ่น และภาครัฐ โดยต้องไม่ปล่อยให้งบประมาณ 129 ล้านนี้ผ่านเข้าสภาฯ เด็ดขาด นั่นคือ เป้าหมายของคนคัดค้าน” นายวิโชคศักดิ์ กล่าว

received_896846780358608

ผู้ประสานงานมูลนิธิรักษ์ทะเลสตูล กล่าวด้วยว่า ความสำคัญของอ่าวปากบาราไม่ใช่แค่ทะเลที่เป็นท่าเรือออกสู่เกาะท่องเที่ยวที่สำคัญอย่าง เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง ราวี บูโหลน และหลีเป๊ะเท่านั้น แต่เสน่ห์ของปากบารายังมีอีกมากมาย อย่างกรณีนิเวศวิทยาอ่าวปากบาราเปรียบเหมือนห้องเครื่องชั้นในของธรรมชาติทะเลสตูล ที่มีองค์ประกอบทางธรรมชาติครบ เช่น ปลาเล็กปลาน้อยที่อยู่ในอันดามัน ซึ่งขณะนี้มีเรือประมงพาณิชย์ เดินเรือเพื่อจัดแสงไฟล่อปลา นอกจากนี้ชาวบ้านยังพบการวางระเบิดปลาเล็กปลาน้อยด้วย ทั้งหมดล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายระบบนิเวศ ซึ่งหากรัฐบาลจริงจังในการป้องกันและปราบปรามก็จะเป็นผลดีต่ออันดามันของไทยอย่างมาก แต่ข้อเท็จจริงไม่เป็นอย่างนั้น กลับเดินหน้าเรื่องการสร้างท่าเรือน้ำลึกที่เสี่ยงต่อการทำลายระบบนิเวศทางทะเล และทางบกในพื้นที่ตำบลปากน้ำและพื้นที่ใกล้เคียง

“ก่อนการจัดสรรงบประมาเพื่อการทำอีเอชไอเอมีขึ้น สิ่งที่คนไทยควรรู้ ไม่ใช่แค่ผลกระทบที่จะเกิดในอนาคตหลังจากสร้างท่าเรือปากบารา แต่เป็นความสมบูรณ์ในปัจจุบันที่อ่าวปากบารามีอยู่ ทางทีมงานและเครือข่ายภาคีจึงได้เตรียมจัดงานเปิดมุมมองอีกด้านของปากบารา เพื่อเปิดเผยข้อมูลเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยว และเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศในอ่าวปากรา เผื่ออนาคตจะมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหลากหลายทางทรัพยากรในอ่าว ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่จัดทำไว้บ้างแล้ว เช่นกรณีรายการปะการังน้ำตื้น พันธุ์ปลาที่่สำคัญ และพืชชนิดอื่นๆที่จำเป็นต่อสัตว์น้ำบริเวณปากบารา ”ผู้ประสานงานฯ กล่าว

อนึ่งในวันที่ ในวันที่ 24-26 เมษายน 2558 มูลนิธิรักษ์ทะเลสตูลร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมและภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดงาน “ปากบารา PARADISO”อันดามันสวรรค์ทะเลใต้” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครฯ โดยมีการฉายสารคดีอันดามันใต้ในแง่มุมต่างๆ และชมวีดีทัศน์อ่าวปากบารา และภาพเล่าเรื่องโดยจีระนันท์ พิตรปรีชาและกลุ่มสห+ภาพ นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาและดนตรีหลากหลาย

////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.