เมียบิลลี่โอดถูกขู่เอาชีวิต-ให้ยุติตามสามี วอนดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ “อังคณา”จี้ขอทราบผลรอยเปื้อนเลือดบนรถอุทยานฯ

received_954214171288535
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2558 เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กทม. นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ (มึนอ) ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ (บิลลี่) แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 เดินทางเข้าพบตัวแทนดีเอสไอ พร้อมด้วยลูกสาวคนโต และนางอังคณา นีละไพจิตร ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ เพื่อยื่นหนังสือต่อพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ขอให้ดีเอสไอรับคดีการหายตัวไปของนายบิลลี่เป็นคดีพิเศษ และขอให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี 4 เดือนแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้ดีเอสไอรื้อคดีมาพิจารณาอีกครั้ง พร้อมทั้งขอทราบผลการตรวจคราบเลือดที่พบในรถของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานว่าตรงกับดีเอ็นเอของนายบิลลี่หรือไม่ และขอให้ใช้พนักงานสอบสวนชุดเดิมทำงานควบคู่กับดีเอสไอดำเนินการสืบสวนต่อไป

นางสาวพิณนภา กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนถูกข่มขู่จากชาวบ้านส่วนหนึ่งให้ยุติการติตามคดีของสามี โดยใช้ถ้อยคำที่รุ่นแรง “อย่าไปดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคดีบิลลี่ ไม่เช่นนั้นจะถูกเก็บไปอีกคน” ภายหลังได้ยินดังนั้นตนยอมรับว่ารู้สึกหวาดกลัวไม่สามารถทำมาหากินและเดินทางสัญจรไปตามสถานที่ต่างๆ ลำพัง โดยเฉพาะบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี จึงอยากให้ดีเอสไอช่วยเหลือ เพราะคดีของสามีนั้นเป็นคดีที่ตนและหลายหน่วยงานเชื่อว่ามีความซับซ้อน

ขณะที่นางอังคณา กล่าวว่า เมื่อปี 2557 มีเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอเคยเข้าไปทำงานเพื่อพิสูจน์หลักฐาน และมีการเก็บตัวอย่างเลือดที่อยู่ในรถของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อดำเนินการตรวจผลทางนิติวิทยาศาสตร์อีกหลายอย่าง เช่น เสื้อคลุม รองเท้า ผ้าห่ม ของนายบิลลี่ และหลักฐานอื่นๆ ไปทำการตรวจสอบเพื่อคลี่คลายคดี แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดยส่วนตัวไม่ทราบว่าผลการดำเนินการไปถึงขั้นใดแล้ว คิดว่าเรื่องดังกล่าวหากผลการตรวจสอบออกมาแล้วอย่างน้อยควรที่จะแจ้งให้ญาติๆ ของบิลลี่ ซึ่งหากจะเก็บเป็นความลับก็ควรจะมีการเรียกญาติๆ มาเจรจาลับได้ แต่นี่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากขอให้ดีเอสไอเร่งดำเนินการ

“คือตำรวจนั้นมีสิทธิสอบสวนหลักฐานหลายอย่าง แต่อำนาจจำกัด ไม่เหมือนดีเอสไอที่มีกฎหมายรองรับ สามารถพิสูจน์หลักฐานะได้อย่างเต็มที่ และตรวจหลักฐานเชิงลึก เช่น ผลการตรวจเลือดเทียบกับดีเอ็นเอ ที่เคยลงพื้นที่ไปนั้น ดีเอสไอน่าจะมีการติดตามความคืบหน้าบ้าง เพราะเรื่องบิลลี่นั้น มีกรณีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อีกอย่างมีการคุกคามเกิดขึ้น ควรที่จะได้รับการคุ้มครองอย่างถูกต้องตามหลักสิทธิมนุษยชน” นางอังคณา กล่าว

นางอังคณา กล่าวด้วยว่า นอกจากเรื่องของการติดตามคดีความแล้ว ในส่วนของการผลักดันด้านสิทธิมนุษยชนนั้น หลายหน่วยงานให้ความสำคัญกับคดีบิลลี่อย่างมาก อย่างองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นั้นก็เร่งรัดให้ไทยลงนามร่วมอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลมิให้หายสาบสูญ โดยการถูกบังคับได้อย่างเหมาะสมซึ่งผลักดันลำบากมาก ทราบว่าล่าสุดอยู่ในช่วงของการเร่งนำเข้าที่ประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าอยู่ในวาระใด และจะเริ่มต้นพิจารณาได้เมื่อไหร่ โดยขณะนี้ตนไม่สามารถนำครอบครัวของบิลลี่เข้าติดตามความคืบหน้าจากยูเอ็นได้ เพราะรัฐบาลไทยได้ทำหนังสือแจ้งต่อยูเอ็นว่า รัฐบาลไทยรับผิดชอบโดยการส่งดีเอสไอ ไปติดตามคดีแล้ว ซึ่งหากยูเอ็นพิจารณาท่าทีของรัฐบาลแล้วมีความคืบหน้าอื่นจะส่งหนังสือถึงครอบครัวผู้เสียหายให้ทราบ อย่างไรก็ตามตนคิดว่า ดีเอสไอ คือ ความหวังสูงสุดแล้วในส่วนของการพิจารณาคดีพิสูจน์ทางนิติศาสตร์ แต่อาจต้องร่วมมือกับตำรวจที่เคยติดตามคดีดังกล่าว แล้วดีเอสไอมาขยายผลต่อไป

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวภายหลังการรับหนังสือจากร้องเรียน ว่า สำหรับคดีการหายตัวไปของนายบิลลี่นั้น ขณะนี้ตนยังไม่สามารถรับปากได้ว่าจะเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ เพราะกระบวนการอยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานจากพนักงานสืบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะนำส่งหลักฐานเสนอคณะอนุกรรมการสอบสวนคดีพิเศษต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์นั้น ขณะนี้ทีมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ผลการตรวจสอบมาบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะยังมีบางอย่างต้องดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขการรับคดีอาชญากรรมพิเศษในความรับผิดชอบของดีเอสไอนั้น มีหลักการสำคัญ คือ 1 เป็นคดีอาญาตามกฎหมายกำหนดไว้ที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ 2 เป็นคดีมีความผิดทางอาญาที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนความมั่งคงของประเทศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ 3 เป็นคดีความผิดทางอาญาที่มีลักษณะเป็นคดีความผิดข้ามชาติที่สำคัญหรือเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรม คดีความผิดทางอาญาที่มีผู้ทรงอิทธิพลที่สำคัญเป็นตัวการผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน 4 เป็นคดีความผิดทางอาญาที่มีพนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมิใช่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษเป็นผู้ต้องสงสัยเมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะได้กระทำความผิดอาญา หรือเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหา

///////////////////////////////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.