หากตายแล้วก็ขอกระดูก “บิลลี่”คืน ปู่คออี้วอนขอชีวิตหลานชาย กะเหรี่ยงแก่งกระจานนับร้อยร่วมพิธีเรียกขวัญ

เรียกขวัญ111

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2557 ที่บริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ 6 (เขามะเร็ว) ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  จังหวัดเพชรบุรี  ชาวบ้านเชื้อสายกะเหรี่ยงจากหมู่บ้านป่าเด็ง และโป่งลึก-บางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง ประมาณ 100 คน นำโดยนายคออี้ มิมี ชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิมอายุ 104 ปีที่ได้รับผลกระทบจากการถูกอุทยานฯอพยพและปู่ของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำชาวบ้านที่หายตัวไป ได้ร่วมกันประกอบพิธีกรรมเรียกขวัญและสืบชะตาบิลลี่ โดยนางมื่อนอ ภรรยาและลูกๆนายบิลลี่เดินทางมาร่วมงานด้วย

 

ปู่คออี้ให้สัมภาษณ์ว่า บิลลี่เป็นหลานคนหนึ่งที่เลี้ยงดูตนเมื่อยามแก่เฒ่า และยังต้องเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียด้วย การที่บิลลี่นำน้ำผึ้งออกไปในวันเกิดเหตุเชื่อว่าต้องการเอาไปขายเพื่อหาเงินมาซื้อข้าวของเลี้ยงครอบครัว ครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ตนเสียใจมากหลังจากที่เคยเสียลูกชายไปแล้ว

 

“ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ก็อยากให้คืนเขามาให้ครอบครัวเถอะ แต่ถ้าไม่มีชีวิตแล้วก็ขอกระดูกเขากลับมา ปู่เชื่อว่าสาเหตุที่เขาหายไปเพราะทำหน้าที่คอยประสานงานให้ทั้ง 2 ฝ่าย” ปู่คออี้กล่าว และว่าตัวเองมีหลานหลายคน แต่บิลลี่กลับหายไป ถ้าเป็นไปได้อยากให้มาเอาตัวเองไปแทนดีกว่า

 

ด้าน นายพงพันธ์ วนาภิวัฒน์ ผู้นำศาสนาคริสต์จากบ้านป่าเด็ง กล่าวว่า  การประกอบพิธีกรรมทางคริสต์นั้น นอกจากร้องเพลงขอพรพระเจ้าแล้ว การถือคำสอนจากพระเจ้าเป็นเรื่องสำคัญ โดยในระหว่างประกอบพิธีกรรมนั้นผู้นำศาสนาได้อ้างอิงถึงคำสอนของพระเจ้าบางตอนว่า “แม้เราถูกขนาบข้างก็ไม่ควรหวั่นไหว แม้เราถูกตีลงก็ไม่ถึงกับตาย แม้เราถูกทอดทิ้งใช่ว่าจะสิ้นหนทาง”  แปลว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับกะเหรี่ยงเราก็ตาม ความอดทน มีสติและการต่อสู้ควรที่จะเดินหน้าต่อไป การยอมแพ้หรือสิ้นหวังไม่ใช่หลักที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต

เร่ียกขวัญ12

“คือแน่นอนว่าพวกเราต่างเจ็บปวดจากการโดนกระทำ ไม่ใช่แค่บิลลี่ ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่ชาติพันธุ์ของเราโดนกระทำอย่างหยามเหยียดมานาน ไม่ว่าจะเป็นการผลักไส การลดทอนสิทธิทำกิน การอาศัยในป่า เราโดนมาหมด แม้แต่เรื่องภาษา วัฒนธรรมเราก็ถูกแบ่งแยก แต่การอยู่อย่างมีสติ เพื่อดำเนินชีวิตต่อไป เป็นสิ่งที่กะเหรี่ยงไม่ควรย่อท้อ เราต้องเดินหน้าด้วยการทำดีตอบ ซึ่งการเรียกขวัญวันนี้ไม่ใช่แค่อธิษฐานขอพรพระเจ้าเท่านั้น แต่เป็นการปฏิญาณตนด้วยว่า เราจะไม่ตอบโต้ใครด้วยการกระทำรุนแรงและให้กำลังใจตัวเองเสมอว่า ชีวิตต้องไปต่อ ต้องอยู่รอด ไม่ย่อท้อต่อความเจ็บปวดที่ถูกกระทำ “ นายพงพันธ์ กล่าว

 

นางสาวกัญญาภา รักจงเจริญ พี่สาวของบิลลี่  กล่าวว่า เรื่องการทำขวัญของกะเหรี่ยง เราก็ทำเสมอตามแบบวัฒนธรรมเวลาใครป่วย ใครเดือดร้อน แต่ว่าครั้งนี้มีชาวบ้านจากที่อื่น และมีบุคคลภายนอกมาร่วมเป็นพยานด้วย รู็สึกดีที่มีเพื่อนมาเป็นพยานมากขึ้น  อีกทั้งรับรู้ว่าเรามีคนเป็นห่วงและช่วยเหลือเราอยู่ไม่น้อย ซึ่งเชื่อว่า บิลลี่จะได้ยินเสมอไม่ว่าเขาจะเป็นหรือตาย

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.