
สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ว่า กองทัพพม่ายังคงเดินหน้าจัดการเลือกตั้งรอบ 3 เมื่อวันรที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ทั่วพม่า เช่น เขตย่างกุ้ง รัฐฉาน รัฐคะฉิ่น รัฐกะเหรี่ยง เขตสะกาย เขตตะนาวศรี เขตพะโค เขตมัณฑะเลย์และเขตอิรวดี แม้ยังเกิดเหตุปะทะระหว่างกองทัพพม่าและฝ่ายต่อต้านเกิดขึ้นก็ตาม โดยการเลือกตั้งล่าสุด ถูกบดบังด้วยความขัดแย้งทั่วประเทศและการต่อต้านจากประชาชนอย่างกว้างขวางอีกครั้ง ซึ่งการควบคุมของกลุ่มต่อต้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้หน่วยเลือกตั้งหลายแห่งถูกปิด จนต้องย้ายสถานที่ในนาทีสุดท้ายไปยังสถานที่ที่ทางการคิดว่าปลอดภัยกว่า หรือถูกทิ้งร้าง แม้ว่ากองทัพพม่าจะพยายามจัดการเลือกตั้งเพื่อแสดงอำนาจ แต่นั่นกลับแสดงให้เห็นถึงการเสื่อมถอยของกองทัพพม่าที่ไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีความขัดแย้ง
ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวว่า แม้ในที่ที่มีหน่วยเลือกตั้งเปิดทำการ แต่จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์นั้นต่ำมาก โดยหลายชุมชนถูกขับไล่ออกจากที่อยู่อาศัย หรือไม่ก็แสดงออกต่อต้านการเลือกตั้งอย่างเปิดเผย ขณะที่การเลือกตั้งในรัฐคะฉิ่นนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งพม่าวางแผนที่จะจัดการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ใน 5 เมือง แต่ได้ยกเลิกการลงคะแนนเสียงในเมืองม่านซีและเมืองโมมอก โดยการยกเลิกเกิดขึ้นเพียง 4 วันก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งอ้างว่าไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้ท่ามกลางการปะทะกันอย่างต่อเนื่องกับกองกำลังเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army – KIA) โดยได้มีการจัดให้มีการเลือกตั้งในเมืองผากั้น เมืองฉ่วยกู่และเมืองบ่าหม่อ แม้ว่าจะมีการสู้รบอย่างหนักในเมืองบ่าหม่อมานานกว่าหนึ่งปีแล้วก็ตาม
พันเอกหน่อบู โฆษกของ KIA กล่าวว่ากองกำลัง KIA และกองกำลังป้องกันตนเอง (PDF) ซึ่งเป็นพันธมิตรสามารถควบคุมพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของเมืองบ่าหม่อ และไม่มีกิจกรรมการเลือกตั้งใดๆปรากฏให้เห็นในเมืองบ่าหม่อ
“เราได้ยินมาว่าพวกเขาย้ายหีบลงคะแนนของเมืองบ่าหม่อไปที่เมืองฉ่วยกู่ และผู้พลัดถิ่นจากเมืองบ่อหม่อที่ไปหลบภัยอยู่ที่นั่นได้รับแจ้งให้ไปลงคะแนน” พันเอกหน่อบู่กล่าว
ขณะที่ในเมืองผากั้น ชาวบ้านรายงานว่ามีการยิงปืนใหญ่ตอบโต้กันตลอดทั้งคืนตั้งแต่คืนวันเสาร์จนถึงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง กระสุนปืนใหญ่ตกในเขตที่อยู่อาศัย ทำให้มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ในเขตพะโค มีประกาศจัดการเลือกตั้งใน 8 เมือง ซึ่งหลายแห่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF)
ชาวบ้านกล่าวว่า มีการปะทะกันในเมืองเจ้าก์ตะกา ใกล้กับถนนย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์สายเก่าเมื่อวันอาทิตย์ นอกจากนี้ยังมีเหตุปะทะกันในหลายหมู่บ้านทางตะวันออกของทางหลวงสายเก่า ทำให้กองทัพพม่าไม่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งในหลายหมู่บ้านได้
ด้านในเมืองผิ่ว ชาวบ้านเล่าว่าได้ยินเสียงระเบิดสองครั้งในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ ก่อนที่หน่วยเลือกตั้งจะเปิดทำการ
“ร้านค้าปิดหมด ถนนจึงเงียบกว่าปกติ เราได้ยินเสียงปืนใหญ่ในเวลากลางคืน แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าพวกเขาปฏิบัติการอยู่ที่ไหน” ชาวบ้านในเมืองผิ่วคนหนึ่งกล่าว นอกจากนี้ ยังมีรายงานการปะทะกันในเมืองโจปิ่นเก้าและเมืองโอ้คโพ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเขตพะโค ส่วนในเขตตะนาวศรี การลงคะแนนเสียงในวันอาทิตย์เกิดขึ้นในเมืองเลาโลน เมืองตะเยตฉ่าวและเมืองปูลาว อย่างไรก็ตาม ทางการพม่าได้ยกเลิกเลือกตั้งในเมืองเลาโลน และย้ายหีบลงคะแนนไปยังมหาวิทยาลัยทวายแทน
“พวกเขาไม่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งในเลาโลนได้เพราะการโจมตี ผมได้ยินเสียงโดรนโจมตีในเมืองเลาโลนเมื่อเช้านี้” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว และว่า ประชากรประมาณ 2ใน 3 ของเมืองเลาโลนได้อพยพออกไปแล้ว ในเมืองปูลาวและเมืองตะเยตฉ่าว การควบคุมของกองทัพพม่าจำกัดอยู่เฉพาะในใจกลางเมืองเท่านั้น ขณะที่พื้นที่ชนบทส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มต่อต้าน
ขณะที่สถานการณ์ในมัณฑะเลย์ หลังจากทางกองทัพพม่าได้ประกาศจัดการเลือกตั้งใน 8 เมืองในตอนแรก อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ในเมืองตะเบ้กจี ซึ่งเพิ่งยึดคืนจากกลุ่มกองกำลัง PDF ได้ โดยเมืองตะเบ้กจี ประกอบไปด้วย 22 หมู่บ้าน รัฐบาลประกาศจัดการเลือกตั้งเพียง 4 หมู่บ้านเท่านั้น การสู้รบอย่างหนักยังคงดำเนินต่อไปในเมืองต่องทา เมืองมิงยัน และเมืองหงั่นซุนในเขตมัณฑะเลย์ด้วยเช่นเดียวกัน
ด้านสถานการณ์ในเขตสะกาย มีการจัดการเลือกตั้งในเมืองคานีและเมืองส่าเลงจี ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังต่อต้านและเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการวางเพลิงและการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่านับตั้งแต่การรัฐประหาร โดยกลุ่มต่อต้านกำลังต่อสู้เพื่อควบคุมเมืองคานี ซึ่งหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังคงอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลทหารพม่า ขณะที่เครื่องบินของกองทัพพม่าได้ทิ้งระเบิดที่หมู่บ้านในพื้นที่เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต และถึงแม้หน่วยเลือกตั้งจะเปิดให้ลงคะแนนใน 3 พื้นที่ แต่กลับพบว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยมาก
ส่วนในรัฐกะเหรี่ยง มีการจัดเลือกตั้งในเมืองกอกาเร็กและเมืองจ่าเอ่งเซ็กจี ซึ่งทั้ง 2 เมืองต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการสู้รบกันนานหลายเดือน
ชาวบ้านกล่าวว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยมาก เนื่องจากหลายคนต้องพลัดถิ่นหรือไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมลงคะแนนเสียง
ส่วนในเขตอิรวดี มีการจัดเลือกตั้งขึ้นใน 9 เมือง รวมถึงในเมืองเลเมตหน่าและเมืองเยจี ซึ่งมีรปะทะกันระหว่างกองทัพอาระกัน AA และกองทัพพม่า โดยนักวิเคราะห์มองว่า การจัดเลือกตั้งของกองทัพพม่า ซึ่งถูกมองว่าเป็นเพียงการหลอกลวงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่การยึดอำนาจเท่านั้น จะไม่มีผลทำให้ประชาชนในพม่ายุติจับปืนต่อสู้กับกองทัพพม่า
ขณะที่ในรัฐฉาน มีการจัดการเลือกตั้งใน 9 เมือง เช่นที่เมืองสี่ป้อ เมืองจ๊อกเม เมืองนายเป็นต้น อย่างไรก็ตาม สื่อ SHAN รายงานว่า ในเมืองเกซีและเมืองสู้ มีผู้ไปใช้สิทธิ์น้อย ทำให้ทางการต้องออกมารณรงค์ให้ชาวบ้านไปใช้สิทธิ์ ขณะที่เมืองสี่ป้อและเมืองจ๊อกเม ยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งเต็มรูปแบบในทุกพื้นที่ได้
ภาพจาก The Irrawaddy



